ทำไมต้องแสดงจุดยืน

รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยไม่ได้จำกัดอยู่แค่เนื้อหาตัวบทกฎหมายภายในรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงกระบวนการในการร่างและได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

ภายหลังการออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง มีการลงมติเห็นชอบ 21.6 ล้านเสียงให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญเผด็จการอีกต่อไป นำไปสู่กระบวนการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือก็คือการกำหนดผู้รับผิดชอบ หลักเกณฑ์ กระบวนการและกรอบเนื้อหาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“ประชาชนอยู่ตรงไหนในรัฐธรรมนูญ” คำถามแรกที่เราเผชิญ หลังจากพรรคภูมิใจไทยได้ยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก สสร. จากการสมัครโดยตรงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง นับเป็นการจำกัดสิทธิประชาชนในการเลือก “ผู้ร่าง” ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งยังเพิ่มอำนาจพิเศษให้กับ สว. ในการพิจารณาเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องมีเสียงเห็นชอบจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 4 เปิดช่องให้ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งสามารถแทรกแซงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญได้

เราต้องการยืนยันหลักการว่า ประชาชนคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน เรามีสิทธิโดยชอบธรรมในการกำหนดกติกา แก้ไข หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ไช่แค่เรื่องของผู้เชี่ยวชาญและผู้กุมอำนาจเท่านั้น

หากกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงมีการพิจารณาไปในทิศทางของการจำกัดสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชน สถาปนาระบอบสีน้ำเงิน กินรวบทางอำนาจ ผูกขาดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไว้ที่กลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่ม ประชาชนพร้อมแล้วที่จะใช้อำนาจอันชอบธรรมนี้ “โหวตโน” ไม่รับกับ สสร. ที่เราไม่ได้เลือก

อ่านร่าง รธน. แก้ไขเพิ่มเติมภาคประชาชน

กองทัพมดร่วมปฏิบัติการ

“ทำให้รัฐธรรมนูญอยู่ในชีวิตประจำวัน”

เป้าหมายหลักของการตั้งคำถาม “ประชาชนอยู่ตรงไหน?” ในปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ

  • 1. เพื่อตั้งคำถามและกระตุ้นสังคม: จุดประเด็นให้คนในสังคมเกิดความสงสัยและตั้งคำถามว่าขณะนี้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญดำเนินไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว
  • 2. เพื่อยืนยันสิทธิในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ: เป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ถือเป็นข้อความหลัก (Key Message) สำคัญที่สุดของปฏิบัติการนี้
  • 3. เพื่อสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วม: เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้แสดงจุดยืนต่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน การออกกำลังกาย หรือการไปขอพร เพื่อให้คำถามนี้ปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะและกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทำให้การรณรงค์กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

สรุปสั้นๆ คือการใช้คำถามนี้เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อคืนอำนาจในการร่างกฎหมายสูงสุดให้กลับมาอยู่ในมือของประชาชน โดยเริ่มจากการทำให้สังคมตระหนักถึงตัวตนและสิทธิของประชาชนในกระบวนการดังกล่าว

ปฏิบัติการที่ 1

ปฏิบัติการ Culture Jamming

“ประชาชนอยู่ตรงไหน?”

แนวคิดหลัก: การรณรงค์ที่ใช้รูปแบบการ “ป่วน” (Disruption) เพื่อเปลี่ยนความหมายของพื้นที่หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นพื้นที่สื่อสารทางการเมือง

นิยามของ Culture Jamming ในแคมเปญนี้ คือการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ปกติ (เช่น ห้างสรรพสินค้า ทางม้าลาย สวนสาธารณะ) แล้วทำให้พื้นที่นั้นเกิดความหมายใหม่ขึ้นมา เช่น การเปลี่ยนจากการไปไหว้พระขอพรปกติ เป็นการ “มู” เพื่อขอให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง หรือการเต้นแอโรบิกในสวนลุมพินีซึ่งเป็นกิจกรรมปกติที่มีคนรวมตัวกันอยู่แล้วแต่เราเข้าไปใช้พื้นที่และกิจกรรมดังกล่าวเพื่อ “เปลี่ยนความหมายใหม่” ให้กลายเป็นการรณรงค์ทางการเมืองที่ดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย

เพื่อสื่อสารว่าเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของทุกคนที่อยู่ในทุกจังหวะของชีวิต ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การเต้นแอโรบิกไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการ “ปักป้าย” คำถามสำคัญถึงรัฐธรรมนูญลงไปในกิจกรรมที่เรียบง่ายที่สุดของประชาชน

ปฏิบัติการที่ 2

Everyday Campaign

การรณรงค์ในชีวิตประจำวัน

แนวคิดหลัก: ฉันคืออุปกรณ์รณรงค์ ฉันคือแคมเปญ เป็นการเปลี่ยนให้ตัวเองกลายเป็นสื่อเคลื่อนที่ในการสื่อสารประเด็นรัฐธรรมนูญผ่านการใช้ชีวิตปกติ เช่น สวมเสื้อที่มีสัญลักษณ์ ติดสติ๊กเกอร์ ติดบิบวิ่ง รวมไปถึงการนำป้ายแขวนไปแขวนตามจุดต่างๆ เพื่อให้คำถามนี้ปรากฏในพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่องในทุกที่ที่ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ โดยไม่ต้องรอให้มีการชุมนุมใหญ่

ปฏิบัติการที่ 3

Take Our Action!

แสดงจุดยืนด้วยตัวเอง

แนวคิดหลัก: การแสดงจุดยืนของตัวเองที่มากกว่าการลงชื่อ เป็นขั้นที่ยกระดับจากการเป็นเพียง “สื่อ” ไปสู่การ ลงมือทำ (Action) ด้วยตัวเองเพื่อยืนยันสิทธิและเจตจำนงที่มีต่อรัฐธรรมนูญ สร้างพื้นที่ให้คนทั่วไปได้ยืนยันเจตจำนง “ประชาชนต้องได้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ” อย่างเป็นรูปธรรมในฐานะปัจเจกบุคคล

เป็นการเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจาก “สื่อ” ที่แค่ติดสติ๊กเกอร์หรือแขวนป้าย มาเป็น “ผู้ลงมือกระทำ” (Actor) ที่ต้องการประกาศจุดยืนเรื่องการเลือกตั้ง สสร. ด้วยวิธีการของตนเอง เพื่อให้คำถามที่ว่า “ประชาชนอยู่ตรงไหน?” ได้รับคำตอบผ่านการกระทำของประชาชนนั่นเอง

เล่าเรื่องปฏิบัติการของคุณให้เราฟัง

Google Form

ความเคลื่อนไหว

มีคำถามหรือสงสัย หรือร่วมแชร์ลิงก์กิจกรรม ติดต่อเราผ่าน...

ActLab Thailand
สถานการณ์รัฐธรรมนูญ
มดลุย
มดลุย

ประชามติ ครั้งที่ 1

เห็นชอบ 21.6 ล้านเสียง ให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

แก้ไขรธน.มาตรา256

พรรคการเมืองต่างๆ เสนอร่างแก้ไขเข้าสภา

Now
ม.256 คือวิธีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ประกอบด้วยคนที่จะมาร่าง/กำกับการร่างและกรอบเนื้อหา

ประชามติ ครั้งที่ 2

คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2570

เลือก(ตั้ง)สสร.

  • ใครได้เป็นคนเลือก
  • มีสัดส่วนเท่าไหร่
  • ทำอะไรได้/ไม่ได้
  • มีระยะเวลาเท่าไหร่

ยกร่างและรับฟังความคิดเห็น

จะมี กมธ.อะไรบ้าง

  • กมธ.ยกร่าง
  • กมธ.รับฟังความคิดเห็น สัดส่วนเท่าไหร่-มีที่มาอย่างไร

ประชามติ ครั้งที่ 3

เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

icon

ขาดการมีส่วนร่วมในการร่าง
และปิดกั้นความเห็นต่าง

  • ร่างขึ้นในยุค คสช. มีการปิดกั้นและดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างกว่า 200 คน และมีคำถามพ่วงที่เปิดทางให้ สว. 250 คน ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้
icon

มีโครงสร้างสืบทอดอำนาจ สว.
และองค์กรอิสระมาจากการแต่งตั้ง

  • สถาบันหลักที่มีอำนาจทางการเมือง เช่น สว. หรือองค์กรอิสระ มีที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมดและไม่ยึดโยงกับประชาชน
icon

พรรคการเมืองเคยแก้ไขได้เพียง
กติกาการเลือกตั้ง

  • เปลี่ยนจากบัตรใบเดียว (ปี 62) เป็นบัตรสองใบ (ปี 66) ส่งผลให้พรรคขนาดกลางและเล็กเสียเปรียบ จนนำไปสู่การควบรวมพรรค
icon

เต็มไปด้วยช่องโหว่สิทธิเสรีภาพ
เปิดทางให้ลิดรอนสิทธิการแสดงออก

  • มีการใช้ถ้อยคำกฎหมายที่กว้างและคลุมเครือ เปิดช่องให้เกิดการตีความเพื่อลิดรอนสิทธิต่างๆ มีการยกเลิกสิทธิหลายอย่าง และทำให้สิทธิบางอย่าง กลายเป็นเพียงหน้าที่ของรัฐ
icon

สำนักพระราชวังเคยแก้ไขส่วนพระราชอำนาจ
ก่อนประกาศใช้

  • 10 ม.ค. 2560: มีการแก้ไขส่วนพระราชอำนาจในหมวด 1 และหมวด 2
  • เกิดขึ้นหลังผ่านประชามติปี 2559 แต่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญจริง

รัฐธรรมนูญ 2560 มีโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน

พ.ศ. 2561-2563 จุดเริ่มต้นข้อเรียกร้อง
การชุมนุมใหญ่ของประชาชน > ลงชื่อเสนอร่างฉบับประชาชน (เช่น iLaw, Re-Solution)

ถูกรัฐสภาปัดตก
เนื่องจาก สว. ไม่โหวตให้
พ.ศ. 2564 เสนอร่างฉบับประชาชน
ภาคประชาชนและพรรคการเมืองเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหลายร่าง
แต่ถูกรัฐสภาปัดตกทั้งหมด
(โดยเฉพาะจากการที่เสียง สว. ไม่ถึงเกณฑ์)

ผ่านการแก้ไขเพียงเรื่องระบบเลือกตั้ง "บัตร 2 ใบ"
พ.ศ. 2566 - 2568 รัฐบาลเพื่อไทย
ตั้งคณะทำงานศึกษาประชามติ (2566) เพื่อหาข้อสรุปว่าจะทำประชามติกี่ครั้ง และมีรูปแบบคำถามอย่างไร โดยรัฐบาลวาง
เงื่อนไข: ไม่แก้หมวด 1 และ 2

มีความพยายามแก้ไข พรบ.ประชามติ แต่เกิดความล่าช้าจากความเห็นต่างระหว่าง สส. และ สว.
(+ สส. ฝั่งน้ำเงิน)
10 กันยายน 2568 คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐสภามีอำนาจทำ รธน. ได้ โดยต้องทำประชามติ แต่มี
เงื่อนไข: ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้โดยตรง

เงื่อนไขนี้สร้างข้อถกเถียงสำคัญ
พ.ศ. 2569 รัฐบาลภูมิใจไทย
ยุบสภา และจัดเลือกตั้ง สส. พร้อมทำประชามติรอบแรก (8 กุมภาพันธ์ 2569)
เสียงข้างมากประมาณ
21.6 ล้านเสียง
โหวตเห็นชอบ

ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
มิถุนายน 2569 สถานการณ์ปัจจุบัน
ครม. ปัดตกร่าง 256 เดิม เริ่มกระบวนการใหม่
แกนนำเตรียมเสนอร่าง 256 ใหม่
เข้าสู่รัฐสภาอีกครั้ง

แม้จะมีประชามติเห็นชอบถึง 60.16% แต่เส้นทางสู่ รธน. ใหม่ยังเผชิญกับอุปสรรคทั้งจากเสียง สว. และข้อจำกัดทางกฎหมายเรื่องที่มาของ สสร.

มาตรา 256 กติกา "วิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ"

ใครเสนอแก้ไขได้บ้าง

กำหนดขอบเขตว่าใครสามารถเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้บ้าง

วิธีการและเงื่อนไข

กำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และเงื่อนไขต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้การแก้ไขมีผลบังคับใช้
หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือกรอบเนื้อหา
ในการร่างรัฐธรรมนูญ

ที่มาของคนร่าง (สสร.)

กำหนดว่าคนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีที่มาจากที่ไหน
(สสร. - สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ)

มาตรา 256 คือ "กติกาที่บอกวิธีแก้กติกา" เป็นประตูบานแรกที่เราต้องเปิดเพื่อตั้งคนมาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่

background watermark เปรียบเทียบร่างข้อเสนอ
👈 ปัดซ้าย-ขวา เพื่อดูข้อเสนอแต่ละพรรค 👉
พรรคภูมิใจไทย
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคเพื่อไทย
พรรคประชาชน
สมาชิกวุฒิสภา
เครือข่ายรัฐธรรมนูญประชาชน
สมาชิกสภา
ร่างรัฐธรรมนูญ
100+23
รัฐสภาเลือกจากคนที่สมัครเข้ามา
80+20
รัฐสภาเลือกจากที่ปชช.หยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์มา
100+52
รัฐสภาเลือกจากที่ ปชช.เลือกมา
150
รัฐสภารับรองหรือเลือกจากที่ ปชช.เลือกมา
200
เลือกตั้งจากระบบแบ่งเขตและปาร์ตี้ลิสต์ **สภาการมีส่วนร่วมของปชช.ฯ
300
เลือกตั้งจากระบบแบ่งเขตและปาร์ตี้ลิสต์
คณะกรรมาธิการฯ

กมธ.ยกร่าง 45 คน
(มีสสร. 2/3)

กมธ.รับฟังฯ 45 คน
(มีสสร. 1/3)

ให้สิทธิยืดหยุ่นในการตั้ง กมธ.

กมธ.ยกร่าง 35 คน

กมธ.รับฟังฯ 35 คน
มาจาก สสร. 25 คน
ผู้เชี่ยวชาญ 10 คน

กมธ.ยกร่าง 45 คน โดยมี สสร. เกิน 50% และสามารถตั้ง กมธ.อื่นได้
กมธ.ยกร่าง 35 คน มาจากการสรรหาของรัฐสภา
กมธ.ยกร่าง 35 คน ที่ไม่เคยเป็นสมาชิก คสช. และแขนขาของ คสช. ทั้งหมด
การให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ
  • ใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา
  • เสียง สว. 1 ใน 4
  • ฝ่ายค้าน 20%
ใช้เสียง 3 ใน 5 ของรัฐสภา
ใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา
ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา
ใช้เสียง สสร.เกินกึ่งหนึ่ง
ใช้เสียง สสร.ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5
กรอบเนื้อหา

ห้ามแก้ไขหมวด 1-2 และห้ามเปลี่ยนระบอบปกครองและรูปแบบรัฐ

คงหมวด 1-2 ถ้าจะแก้ให้เสนอรายประเด็น ไม่เหมารวมในทั้งฉบับ

คงระบอบและรูปแบบของรัฐ ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ความเสมอภาค การตรวจสอบถ่วงดุล และกระจายอำนาจ

ไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐและระบอบปกครอง

ห้ามแก้ไขหมวด 1-2 และมีกรอบเนื้อหาที่สำคัญ 10 ข้อ

ให้ สสร. จัดทำกรอบการยกร่าง

background watermark

สาระสำคัญของร่างภูมิใจไทย

โครงสร้าง สสร.100 คน

ที่มาของสมาชิก

  • ไม่ได้มาจากากรเลือกตั้งโดยตรง
  • คัดเลือกโดยสมาชิกรัฐสภา (สส.+สว.)

สัดส่วนสมาชิก

  • ตัวแทนจังหวัด 77 คน
  • ผู้เชี่ยวชาญ/ผู้มีประสบการณ์ 23 คน
    กรอบเวลา:ต้องจัดทำร่างแล้วเสร็จภายใน 360 วัน

เงื่อนไขและข้อห้ามเด็ดขาด

ข้อห้ามเด็ดขาด

  • ห้ามแก้ไข หมวด 1 และ หมวด 2 (พระมหากษัตริย์)
  • หากฝ่าฝืนร่างจะตกไปทันที

เงื่อนไขการผ่านสภา

  • ต้องได้เสียง สว. 1 ใน 4 และฝ่ายค้าน 20% ขึ้นไป

การทำประชามติ

  • เมื่อผ่านรัฐสภา ต้องให้ประชาชนลงมติ
  • หากไม่ผ่านร่างจะตกทันที

ขั้นตอนสุดท้าย

  • หากประชาชนเห็นชอบ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธย

เรามีเวลาเพียง 6 เดือนในสภา ก่อนจะถูกมัดมือชกให้นำร่างนี้ไปทำประชามติ

ก.ค. 2569

วาระ 1

สภาโหวตกันว่า จะรับหลักการเรื่องนี้เพื่อให้สภาเอามาคุยกันหรือไม่

ปลาย ส.ค. - ต.ค. 2569

วาระ 2

เป็นการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาคุยกันว่าจากหลายๆ ร่างจะเอามาเขียนยังไง เอาแค่ไหน

พ.ย. - ธ.ค. 2569

วาระ 3

เป็นการโหวตร่างที่ออกมาจากวาระ 2 ว่าสภาเห็นชอบให้กลายเป็นกฎหมายหรือไม่

ก.พ. - เม.ย. 2570

ประชามติ

ถ้าร่าง 256 ผ่าน จะจัดทำประชามติถามประชาชนว่า เห็นด้วยกับมาตรา 256 แบบนี้หรือไม่

“ ถ้าร่างอนุทินผ่าน ภูมิใจไทย จะเป็นคนแต่งตั้ง ผู้เขียนรัฐธรรมนูญ ”

เรามีเวลาเพียง 6 เดือนในสภา ก่อนจะถูกมัดมือชกให้นำร่างนี้ไปทำประชามติ

ประชาชนอยู่ตรงไหนในกระบวนการนี้?

คุณพร้อมหรือยังกับประชามติครั้งที่ 2

รู้จักเรา

Actlab x Conforall

ActLab คือ พื้นที่ทดลองคิดและทดลองทำ สำหรับนักกิจกรรมที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมต้องอาศัยทั้งการลงมือปฏิบัติจริง และการสะท้อนเรียนรู้จากประสบการณ์นั้น ในฐานะ "ห้องทดลอง" เราไม่ได้มีสูตรสำเร็จ แต่เราสร้างกระบวนการที่ชักชวนให้ทุกคนปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนความรู้ และต่อยอดจนเกิดเป็น นวัตกรรมของขบวนการไร้ความรุนแรง เพื่อสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม
X
Conforall ชื่อภาษาไทยว่า กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ เกิดจากการรวมตัวของประชาชน กลุ่มนักกิจกรรมและเอ็นจีโอหลายแห่งที่ต้องการเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย เมื่อปี 2566 เป็นเจ้าภาพรวบรวมรายชื่อประชาชนกว่า 211,904 รายชื่อให้ทำประชามติเพื่อถามประชาชนว่าเห็นชอบหรือไม่ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
X
เราต้องการเห็นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่รวมทุกคน ทุกเสียง ให้ได้กติกาของประเทศเพื่อทุกคนที่มีความต้องการ มีความเชื่อที่หลากหลาย เรารู้ว่า มีคนหลายกลุ่มอาจไม่ได้คิดเห็นเหมือนพวกเรา แต่เราก็อยากให้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นไปเพื่อคนกลุ่มนั้นด้วย